บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) นิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง Satien Stainless Steel Public Company Limited

บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) นิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง Satien Stainless Steel Public Company Limited

หมวดหมู่: อำเภอนิคมพัฒนา, 24/04/2015, 19:13, ชม: 0 ครั้ง

บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) นิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง Satien Stainless Steel Public Company Limited ในปี 2509 คุณเสถียร ยังวาณิช ได้เริ่มกิจการรับจ้างทำตู้แช่สเตนเลส และรับจ้างผลิตชุดครัวสเตนเลสให้แก่โรงแรม และสายการบินต่างๆ ในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุมศิลป์อุตสาหกรรม เมื่อมีเศษสเตนเลสเหลือจากการรับจ้าง คุณเสถียรจึงมีแนวคิดที่จะใช้ประโยชน์จากเศษสเตนเลสที่มี พร้อมกับต้องการพัฒนาคุณภาพช้อนในสมัยนั้นและต้องการพัฒนารูปแบบการผลิตไปสู่ระบบอุตสาหกรรมจึงได้เริ่มผลิต “ช้อนสเตนเลส” ขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของ ตราหัวม้าลาย ในปี 2511  บริษัทฯ ได้พัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบันบริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท มีพนักงานทั้งหมดกว่า 1,000 คน มีผลิตภัณฑ์กว่า 2,200 รายการ โรงงานแห่งใหม่ของบริษัทฯ ตั้งอยู่ ณ กิ่งอำเภอ นิคมพัฒนา จ.ระยอง มีเนื้อที่ 100 ไร่ นับเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตสูงสุดแห่งหนึ่งในเอเซีย ที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล ISO9001 : 2008 จากสถาบันทียูวี ไรน์แลนด์ ประเทศเยอรมันนี และได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001 : 2004 จากสถาบันทียูวี เอเซีย แปซิฟิค TÜV SÜddeutshland Group ประเทศเยอรมันนี
เกียรติประวัติหัวม้าลายบริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) 1

 

ด้วยความทุ่มเทต่อการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับอย่างสูงทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติในด้านคุณภาพของสินค้า ดังจะเห็นได้จากรางวัลต่าง ๆ มากมายที่ได้รับ อาทิ
พ.ศ. 2521 รางวัลสินค้าคุณภาพดีที่สุดจากสมาคมการค้าอุตสาหกรรมขนาดย่อม และกลุ่มการตลาดเพื่อการส่งออก
พ.ศ. 2524 รางวัลชนะเลิศจากงาน EXPORT ’81 รางวัลสินค้าไทยดีเด่น จากสมาคมนิยมไทย
พ.ศ. 2527 รางวัล 1st ARAB Trophy 1984 จาก The President of Editorial,Madird, Spain รางวัล V International Trophy for Technology จาก The President of Editorial, Frankfurt, West Germany
พ.ศ. 2528 รางวัล V International Asia Award 1985 จาก The President of Editorial, Singapore
พ.ศ. 2529 รางวัล VII Asia Award และรางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยม 1st American Award
พ.ศ. 2530 รางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่น จาก คณะกรรมการพิจารณาผลิตภัณฑ์ดีเด่นและหนังสือพิมพ์เส้นทางเศรษฐกิจ รางวัล VII Africa Award
รางวัล II Europe Award จาก The Europe Gold Star Quality รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยมประเภทอุตสาหกรรมที่มีเทคนิคการผลิตและการตลาดสูง
พ.ศ. 2531 รางวัลผู้ส่งออกยอดเยี่ยม 3 ปีติดต่อกัน จากคณะกรรมการพิจารณาผู้ส่งออกยอดเยี่ยม รางวัลอันดับ 1 เมืองไทยประจำปี 2531 ประเภทเครื่องครัวสเตนเลสสตีล
พ.ศ. 2536 รางวัลผู้ส่งออกดีเด่นที่ใช้ชื่อทางการค้าของตนเอง ประเภทเครื่องใช้ภายในบ้าน Prime Minister’s Export Award ประจำปี 2536 จากคณะกรรมการพิจารณาผู้ส่งออก
พ.ศ. 2538 รางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม จากคณะกรรมการและนิตยสารบิสสิเนสทีม
พ.ศ. 2542 รางวัล Thailand’s Brand Product Logo, as a symbol of high quality exports จากกระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2543 รางวัลผลิตภัณฑ์ดีเด่นประจำปี 2543 จากมูลนิธิเพื่อสังคมไทย
พ.ศ. 2544 ใบรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 โดย The TÜV CERT Certification Body of TÜV Anlagentechnik ,GmbH , GERMANY
พ.ศ. 2545 รางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ประเภทธุรกิจที่ใช้ตราสินค้าของตนเอง ประจำปี 2545 Prime Minister’s Export Award 2002 : Brand Name รับมอบประกาศเกียรติคุณ และตราสัญลักษณ์ (Logo) ตามโครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ. 2547 รางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ประเภทผู้ส่งออกไทยดีเด่น ประจำปี 2547 Prime Minister’s Export Award 2004 : Best Exporter
พ.ศ. 2551 รางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ประเภทธุรกิจที่ใช้ตราสินค้าของตนเอง ประจำปี 2551 Prime Minister’s Export Award 2008 : Brand Name
ใบรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004 (Environmental Management System ISO14001:2004) By The TÜV SUD Certification Body of TÜV Asia Pacific Ltd. TÜV Suddeutschland Group
พ.ศ. 2553 ใบรับรองคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 โดย The TÜV CERT Certification Body of TÜV Rheinland Cert GmbH
พ.ศ. 2554 รางวัล Best of the Best เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของโครงการ Prime Minister’s Export Award
ประเภทบริษัทที่ใช้ตราสินค้าของตนเอง (Thai Owned Brand) จากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์
พ.ศ. 2555 รับมอบตราสัญลักษณ์คุณภาพ (Thailand Trust Mark) จากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์

ข่าว
‘หัวม้าลาย” เจ้าแรกสเตนเลสไทย
ทุกสิ่งย่อมมีวิวัฒนาการ…ในหมวดของเครื่องครัวก็พัฒนาจากที่ใช้ภาชนะดินเผาในอดีตกาล มาเป็นจานกระเบื้อง พลาสติก เมลามีน จนถึง “สเตนเลส” เครื่องใช้ในครัว เรือนที่อาจไม่หรูหรา ทว่าคงทนถึงรุ่นหลานเหลนโหลน

สำหรับเครื่องครัวสเตนเลสเจ้าแรกของเมืองไทยที่ยังคงครองมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง และเทคโนโลยีล่วงหน้าไปไกลเกินกว่าใครจะตามทัน ต้องยกให้อาชาไม่มีตัว “หัว ม้าลาย” ในปี 2509 หรือเมื่อร่วม 48 ปีที่แล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุมศิลป์-อุตสาหกรรม ซึ่งก่อตั้งโดย ?เกษียณ ยังวานิช” ทำธุรกิจตั้งแต่รับจ้างพับเหล็ก งานเดินท่อแอร์ ตู้แช่ สเตนเลส และรับจ้างผลิตชุดเครื่องครัวให้แก่โรงแรมและสายการบินต่างๆ แต่การรอรับงานจากลูกค้าเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ใช่วิธีการค้าที่ฉลาดนัก เขาจึงเริ่มหาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด
หันซ้าย หันขวา เห็นเศษสเตนเลสที่เหลือจากการรับจ้างมากมาย จึงเกิดแนวคิดนำสเตนเลสเหลือใช้มาผลิตเป็นสินค้าได้มูลค่ามากกว่าขายทิ้งไปเฉยๆ สเตนเลสดังกล่าวถูกเปลี่ยนเป็นช้อน ซึ่งได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพจากช้อนสังกะสีสีเขียวที่ใช้ไปแล้วและมักกะเทาะขึ้นสนิมให้เป็นการพัฒนารูปแบบ ไปสู่ระบบอุตสาหกรรมสเตนเลส ช้อนสเตนเลสตราหัวม้าลาย จึงเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2511 และมีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องและรอบคอบป้องกันการเลียนแบบตั้งแต่ 38 ปีที่แล้ว
ส่วนชื่อหัวม้าลาย ก็เป็นแนวคิดที่ต้องการสื่อด้วยภาพเพื่อให้จดจำง่าย เนื่องจากคนสมัยก่อนยังอ่านหนังสือออกกันน้อย “ถ้าเราใช้เป็นตัวหนังสือ คนจะจำไม่ค่อยได้ ส่วนสัญลักษณ์ที่คนน่าจะจำง่าย ก็น่าจะเป็นรูปสัตว์ ก็ไปจดทะเบียนกับนายทะเบียน ตอนนั้นตราช้าง เสือ ก็มีคนใช้ไปหมดแล้ว สัตว์หลักๆ ก็เหลือม้าลาย ก็มีเฉพาะหัว ตัวไม่มี ก็เอาหัวก็หัว อย่างน้อยก็จำง่าย และม้า คนจีน ก็ถือว่าเป็นสัตว์ที่ดีอยู่แล้ว? ?เอกชัย ยังวาณิช” รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล เล่าหัวม้าลายจึงเกิดขึ้นและถือเป็นแบรนด์เครื่องครัวสเตนเลสเจ้าแรกของเมืองไทย
ปัญหาช่วงแรกๆ คือคนยังไม่รู้จักวัสดุสเตนเลส เพราะมีใช้กันในบางกลุ่มเท่านั้น เช่น โรงพยาบาลหรือสายการบิน เมื่อมีการนำมาผลิตเป็นเครื่องครัว ก็เกิดคำถามตามมา มากมาย
จะลอกไหม?
จะดำไหม?
จะเป็นสนิมไหม?
ต้องมีการอธิบายกันพอสมควร
นอกจากนี้ก็ยังเป็นแบรนด์ใหม่ จึงต้องเริ่มจากการฝากขายที่ศูนย์ขายเครื่องครัวใหญ่ๆ ซึ่งก็หนีไม่พ้นสำเพ็ง แต่ตัวสินค้าเองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักก็ยังทำให้การฝากขายไม่ ง่ายนัก
“ตอนแรกเขาไม่รับ เขาบอกขายยาก คนไม่รู้จัก เราก็เลยบอกฝากขายไว้ก่อนแล้วกัน ขายได้แล้วค่อยมาเก็บเงิน ต้องใช้วิธีนี้เลย
นอกจากนี้ เราก็ไปบูธต่างๆ สมัยก่อนมีงานกาชาด และงานวังสราญรมย์ที่เขาประกวดนางสาวไทยกัน เราก็ไปออกบูธและได้เจอลูกค้าโดยตรง มีโอกาสได้อธิบายว่า สเตนเลสคืออะไร ใช้ได้ดีอย่างไรบ้าง ซึ่งหลังจากคนซื้อไปใช้ก็เกิดการบอกต่อปากต่อปาก คนก็เริ่มมาซื้อกันเรื่อยๆ”
เมื่อลูกค้าเริ่มทดลองใช้สินค้ามากขึ้น และเห็นถึงคุณสมบัติด้านความคงทน ตลาดก็เริ่มตอบรับมากขึ้นจนเกิดสินค้าอื่นๆ ตามมา เช่น จาน ปิ่นโต หม้อ ฯลฯ
จนเดี๋ยวนี้มีสินค้าเกือบ 300 รายการในไลน์การผลิต
เขาบอกว่า ตลาดสมัยก่อนกับเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางจำหน่าย คู่แข่ง และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าซึ่งมีผลโดยตรงต่อการดีไซน์สินค้า สำหรับช่องทาง จำหน่ายนั้น สมัยก่อนยังไม่มีโมเดิร์นเทรดมากมายเหมือนเดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่เป็นการค้าแบบสำเพ็ง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ดิสเพลย์ที่สวยงามต่างๆ ก็ยังไม่มี
นอกจากนี้ ผู้ผลิตก็ยังเป็นคนกำหนดตลาดว่าจะผลิตอะไรออกมาขาย ตรงข้ามกับปัจจุบันที่ลูกค้าเป็นคนเลือก ผู้ผลิตต้องนำเสนอสินค้าตรงใจผู้บริโภค
“สมัยนี้ครอบครัวเล็กลง จากเมื่อก่อนครอบครัวอาจมีลูก 6-7 คน สมัยนี้มี 2 คนก็เก่งแล้ว ดังนั้นเราจะทำหม้อใบใหญ่ๆ ออกมาขาย ก็ไม่เกิดประโยชน์ ต้องทำหม้อไซส์เล็กลง
หรือเมื่อก่อนคนใช้เตาถ่าน เดี๋ยวนี้ไม่ใช้แล้ว คนอยู่คอนโดกันมากขึ้น เตาแก๊สเริ่มลดลง มีพวกเตาไฟฟ้ามากขึ้น เราก็ต้องทำสินค้าให้เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์อยู่ในตึก สูง”
เขายังอธิบายอีกว่า สินค้าในกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดก็ต่างกัน อย่างต่างจังหวัดปิ่นโตยังขายดีอยู่ แต่ในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยจะมีใครหิ้วปิ่นโตกันแล้ว และเนื่องจากค่าครอง ชีพในต่างจังหวัดต่ำ ก็ต้องใช้สินค้าราคาย่อมเยา แต่คนกรุงเทพฯ ต้องขายสินค้าโมเดิร์น ราคาสูงหน่อย เซ็กเมนท์สินค้าจึงแตกต่างกันบ้าง
“สมัยนี้เราจึงต้องดูเทรนด์ของตลาดด้วย ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ลูกค้าไม่มีสิทธิเลือก” เขาเล่า
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในปัจจุบันถือว่าไม่สูงมากนัก หากเทียบกับสินค้าในหมวดอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เทคโนโลยีและการลงทุนสูง คู่แข่งจึงเกิดได้ยาก เขา บอกว่ามีหลายเจ้าที่ตั้งโรงงานแล้ว แต่ใช้เทคโนโลยีไม่ถึง ได้สินค้าคุณภาพไม่ดี ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไป
สำหรับเทคโนโลยีของหัวม้าลายพัฒนามาเกือบ 40 ปี จึงเป็นเงินลงทุนที่ค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้นทีละน้อยแบบหยอดกระปุก แต่รวมแล้วเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เป็นโนว์ ฮาวที่พัฒนาขึ้นเอง และบางส่วนก็ศึกษาจากต่างประเทศ
ในส่วนของการลงทุน เราลงทุนด้านการตลาดมาก่อน ถ้าคิดตัวย้อนหลังไป จะมาทุ่มตอนนี้ ก็คิดเป็นเงินกี่ร้อยล้านพันล้านก็ไม่รู้ที่จะทำให้แบรนด์ติด ก็คงต้องใช้เวลา สำหรับการลงทุนเครื่องจักรก็ลงไปเยอะมาก พื้นฐานเราจึงแน่น
จะลงทุนให้เท่าเราก็ต้องใช้เวลาและเงินค่อนข้างเยอะ? เขาว่าอย่างนั้น
ปัจจุบันบริษัทเสถียรสเตนเลสสตีล มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท มีพนักงาน 550 คน มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 300 รายการ โรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยองบน เนื้อที่ 100 ไร่ มีกำลังการผลิตเดือนละ 500-600 ตัน นับเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตสูงสุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยในปีนี้ ยังได้ลงทุนไปอีกร่วมร้อยล้านบาท เพื่อขยายโรงงานเตรียมรับการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จ จะเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 10% รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทเสถียรสเตนเลสสตีล เล่าต่อไปว่า ปัญหาของคนทำธุรกิจนี้ เป็นเรื่องของวัตถุดิบ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตเองได้ วัตถุดิบส่วนหนึ่งจึงยังต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นและยุโรป
นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของบุคลากร เนื่องจากประเทศไทยยังผลิตบุคลากรช่างศิลป์ได้น้อย แต่ประเทศกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้บุคลากรที่มีความรู้ความ สามารถดี ถูกดึงตัวไปกระจุกอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าตัวได้สูงๆ เสียหมด เช่น บริษัทรถยนต์ทั้งหลาย เป็นต้น “สินค้าของบริษัทเรา ไม่ได้มีมูลค่าเพิ่มขนาดนั้น เราจะจ้างแพงขนาดนั้นก็ไม่ไหว ก็ต้องใช้เวลาฝึกบุคลากรของเราพอสมควร เขาบอกแต่สำหรับการส่งออก ?หัวม้าลาย? บุกตลาดมาร่วม 20 ปี โดยมีสิงคโปร์เป็นลูกค้ารายแรก และขณะนี้ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เอกชัยบอกว่า ตลาดแต่ละที่มีรสนิยมไม่เหมือนกันเลย โดยจะถูกกำหนดจากไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป เช่น ชาวยุโรปใช้เตาไฟฟ้าแบนๆ ก็คงใช้ร่วมกับกระทะแบบจีนไม่ ได้ หรือหม้อทรงสูงสำหรับต้มสปาเกตตีก็ขายดีในอิตาลีพอๆ กับที่ปิ่นโตสำหรับใส่อาหารกลางวันขายดีในพม่า หรือแม้กระทั่งทางตอนใต้ของประเทศไทยเอง หม้อแขกแบบไม่มีหูก็ขายดิบขายดี ทั้งนี้ “หัวม้าลาย” มุ่งเน้นสร้างแบรนด์ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ได้แก่ พม่า เขมร มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เนื่องจากเข้าใจวัฒนธรรมในการใช้งานเป็นอย่างดี จุดเด่นของเราเน้นภูมิภาคแถบนี้ เพราะเข้าใจวัฒนธรรมการใช้มากกว่า อย่างปิ่นโต จีนแข่งกับเราได้ไหม ไม่ได้เพราะเขาไม่ใช้ปิ่นโต เทคโนโลยีของเราจะเข้าใจคนแถบนี้มากกว่า และเนื่องจากเราค้าขายแถบนี้มานาน เลยมีช่องทางจำหน่ายที่ ค่อนข้างแข็งแรง”  นอกจากนี้ในขณะที่บริษัทใช้แบรนด์เนม ใช้วิธีมาร์เก็ตติ้ง ประเทศจีนจะรับจ้างผลิต และขายถูก ทำให้บริษัทยังยืนหยัดแข่งขันกับจีนได้ ปัญหาในตอนนี้จึงเป็นเรื่องของค่าเงินที่แกว่งตัว ทำให้การคำนวณต้นทุนเปลี่ยนแปลงขึ้นลงทีละหลายเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ก็แข่งขันในระดับโลกที่สูงขึ้น ทำให้มาร์จินที่ได้น้อยลง ทั้งนี้ ?หัวม้าลาย? มีรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 25% จากยอดขายทั้งหมดปี 2545 ราว 700-800 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเป็นดับเบิลดิจิต สำหรับแผนในอนาคต ก็จะยังคงมุ่งเน้นตลาดภูมิภาคเอเชียมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่กำลังเติบโตและมีมูลค่าไม่น้อย แต่ถ้าเป็นตลาดในบ้านเราแล้ว หัวม้าลายก็ถือเป็นเบอร์หนึ่งทั้งมาร์เก็ตมายด์และแชร์ที่เกิน 50% อย่างไรก็ที่หนึ่ง…คือถ้าเครื่องครัวสเตนเลส เขาก็เรียกตราม้าลาย?

ที่มา : www.nationejobs.com

สถานที่ติดต่อบริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) Satien Stainless Steel Public Company Limited
ที่อยู่โรงงานระยอง 59 หมู่ 5 ถ.นิคมฯ สาย 13 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง 21180
เบอร์โทร : 038-897-020-6
แฟกซ์ : 038-897-019
เว็ปไซต์ : www.zebra-head.com

แผนที่บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน) Satien Stainless Steel Public Company Limited

บริษัท เสถียรสเตนเลสสตีล จำกัด(มหาชน)

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ